ปัจจัยของโรคข้อเข่าเสื่อม

เรามักคิดว่าโรคข้อเข่าเสื่อมจะพบได้แต่ในผุ้สูงอายุเท่านั้น ความเป็นจริงคือผู้ที่มีอายุน้อยๆก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน มีปัจจัยมากมายที่อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้ อายุ โดยเฉพาะตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งก็เกิดจากความสึกหรอสะสมนั่นเอง เพศ พบว่าผู้หญิงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย พันธุกรรม หากมีญาติพี่น้องในครอบครัวเป็นโรคนี้ เราก็จะมีโอกาสเป็นมากขึ้น น้ำหนักตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไปจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นมาก โรคข้ออักเสบ เช่น เกาต์, รูมาตอยด์, ข้ออักเสบจากการติดเชื้อต่างๆ เป็นต้น การอักเสบจะทำลายผิวกระดูกอ่อนและทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น การบาดเจ็บ เช่น นักกีฬาที่มีเส้นเอ็นข้อเข่าฉีกขาด หรือกระดูกบริเวณข้อแตกหัก จะส่งผลให้ข้อเข่าข้างนั้นเสื่อมเร็วกว่าข้างปกติ การใช้งานหักโหมซ้ำๆ เช่น นั่งยองๆต่อเนื่องนานๆเป็นประจำ, กีฬาที่มีการกระโดดกระแทกตลอด จะเกิดแรงกดอัดกับข้อเข่ามากกว่าปกติและทำให้เกิดการสึกหรอสะสม ทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น ความผิดปกติของหลังและขา เช่น หลังคด, ขาสองข้างยาวไม่เท่ากัน จะทำให้ท่าเดินผิดปกติและมีแรงกดกระแทกต่อข้อเข่าผิดปกติด้วย เป็นสาเหตุของข้อเสื่อมตามมา โดยเฉพาะใครที่มีปัจจัยเหล่านี้หลายๆข้อ …

ปวดต้นคอ

อาการปวดต้นคอเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยๆโดยเฉพาะวัยทำงาน หากมีอาการปวดหลังจากใช้งานหนักหรือมีอุบัติเหตุก็ยังพอทราบสาเหตุและแก้ไขตามได้ แต่ส่วนใหญ่มักไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน เลยโทษกันว่า “ตกหมอน” กันตลอด แท้จริงแล้วอาการปวดต้นคอเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ และมีรายละเอียดของการดูแลรักษาต่างกันไป ลองมาไล่ดูสาเหตุของอาการปวดต้นคอกันนะครับ กล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลัน กระดูกคอเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังหรือที่เรียกว่า “พังผืด” การบาดเจ็บของกระดูกต้นคอ หมอนรองกระดูกกดทับรากประสาท อาการปวดที่ถูกถ่ายทอดมาจากอวัยวะอื่นๆ เช่น ข้อไหล่อักเสบ, โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคข้ออักเสบต่างๆ เช่น รูมาตอยด์, โรคหลังแข็ง เส้นประสาทอักเสบ กระดูกติดเชื้อ กระดูกถูกกัดกร่อน ทั้งจากการติดเชื้อรุนแรงและจากมะเร็งแพร่กระจาย นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่อาจพบได้นะครับ มีทั้งสาเหตุที่ไม่อันตรายไล่เรียงไปถึงโรคร้ายแรง อย่างไรก็ตามอาการปวดต้นคอก็มักเกินจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือกระดูกเสื่อมเป็นส่วนใหญ่ การพักหรือทานยาลดปวด, ยาคลายเส้นหรือยาแก้อักเสบจึงช่วยลดอาการปวดได้ดีมาก แต่ถ้าทั้งพักและทานยาแล้วไม่บรรเทา หรือมีอาการเรื้อรังยาวนานก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและให้การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีต่อไปครับ

เสียงในข้อเข่า

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยิน เสียงลั่น แกร๊กๆหรือเสียงคลิ้กจากข้อ เข่าของตัวเอง พอไปถามเพื่อนๆ ก็มักจะได้คำตอบว่าระวังเป็ นโรคข้อเข่าเสื่อม ได้ยินได้ฟังคำตอบแบบนี้ ก็คงทำเอาหลายๆคนคิดมากไปตา มๆกันจริงมั้ยครับ ความเป็นจริง คือ เสียงลั่นในข้อเข่าไม่ได้หม ายความว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมเสมอไป จริงๆแล้วมันเกิดได้จากสาเห ตุต่างๆ ดังนี้ เส้นเอ็นรอบข้อยึดตึง ทำให้เวลาจะขยับข้อเข่าเส้น เอ็นมีการสะดุดกับสันกระดูก บริเวณเข่าและเกิดเสียงลั่น ขึ้นมา แบบเดียวกับตอนที่เราดัดข้อนิ้วมือเล่นนั่นแหละครับ การลั่นแบบนี้เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะเวลานั่งนานๆแล้วจ ะลุกยืนครับ ฟองอากาศเล็กๆ การเปลี่ยนแปลงความดันในข้อ เข่าทำให้เกิดฟองอากาศแทรกตัวอยู่ในน้ำไขข้อ ฟองเหล่านี้จะถูกบีบแตกตอนที่เราขยับข้อเข่า ทำให้เกิดเสียงลั่นตามมา เสียงลั่นจากฟองอากาศแตกตัว นี้ไม่เป็นอันตราย ข้ออักเสบ เช่น ข้อเข่าอักเสบจากโรคเกาต์ รูมาตอยด์ จะทำให้ผิวกระดูกอ่อนของข้อ เข่าบวมตัว เมื่อเราขยับข้อเข่า ผิวกระดูกอ่อนนี้ก็จะเสียดสีกัน เกิดเสียงลั่นในข้อได้ แต่นอกจากเสียงลั่นแล้วจะมี อาการปวดและข้อบวมร่วมด้วยซึ่งควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ข้อเข่าเสื่อม ถือว่าเป็น “แพะ” ตัวใหญ่ก็ว่าได้ เข่าลั่นเมื่อไหร่ใครๆก็โทษ “ข้อเข่าเสื่อม” จริงอยู่ที่ข้อเข่าเสื่อมจะ มีผิวข้อบางส่วนสึกหรอไม่เรียบ เวลาขยับจึงเสียดสีกันเกิดเสียงลั่นได้ แต่คนธรรมดากว่าจะเสื่อมถึงขั้นนี้ต้องใช้เวลาครับ อย่างน้อยอายุไม่ควรต่ำกว่า 50 …

ภาวะระดับแคลเซียมในเลือดสูง

ในฐานะหมอกระดูกต้องยอมรับว่า Calcium เปรียบเสมือนเพื่อนรักคนหนึ่งก็ว่าได้ แต่การได้รับ Calcium ในปริมาณสูงเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เราคงไม่ต้องการให้ “เพื่อนรัก..หักเหลี่ยมโหด” ใช่มั้ยครับ ทางการแพทย์เรียกระดับ Calcium ที่สูงผิดปกตินี้ว่า “Hypercalcemia” การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ร่างกายจะได้รับ Calcium ในปริมาณเพียงพอและจะไม่ทำให้เกิดภาวะ Hypercalcemia แต่ในบางภาวะดังต่อไปนี้อาจกระตุ้นให้เกิด Hypercalcemia ได้ – โรคประจำตัว เช่น โรคต่อม Parathyroid, มะเร็งปอด, วัณโรค เป็นต้น โรคเหล่านี้กระตุ้นการสลายกระดูก ทำให้ระดับ Calcium ในเลือดสูงขึ้นนั่นเอง – ร่างกายขาดน้ำในระดับรุนแรง เช่น ในกลุ่มนักวิ่งระยะไกลที่ดื่มน้ำชดเชยไม่เพียงพอ จริงๆแล้วปริมาณ Calcium ยังคงเท่าเดิม แต่ปริมาณเลือดลดลงจากการขาดน้ำจึงทำให้ความเข้มข้นของ Calcium สูงขึ้น – ยาบางชนิด …

แหล่งแคลเซียมจากอาหาร

แคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลักของกระดูก เพื่อให้กระดูกแข็งแรงเราจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมให้เพียงพอในแต่ละวัน ปริมาณที่แนะนำ ผู้ใหญ่ควรได้รับแคลเซียมวันละ 1000 มิลลิกรัม สำหรับผู้หญิงอายุตั้งแต่ 50 ปีและชาย 70 ปีขึ้นไปควรได้รับวันละ 1200 มิลลิกรัม   แหล่งแคลเซียมได้มาจากอาหารที่รับประทานในแต่วันและได้จากอาหารเสริม อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่  นม 1 แก้ว (300 มิลลิลิตร) มีแคลเซียม 280 มิลลิกรัม งาดำ 1 ขีด มีแคลเซียม 990 มิลลิกรัม เต้าหู้ 1 ขีด มีแคลเซียม 370 มิลลิกรัม ชีส 1.5 ออนซ์ มีแคลเซียม 300 มิลลิกรัม ผักใบเขียวที่มีลักษณะแข็ง (บรอกโคลี คะน้า ผักกาดขาว เป็นต้น) ซาร์ดีน …

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

ภาวะกระดูกบางและโรคกระดูกพรุน เป็นความเหมือนที่แตกต่าง เมื่อเราอายุมากขึ้น เนื้อกระดูกย่อมเบาบางลงเป็นธรรมดา แต่ในบางครั้งเนื้อกระดูกเบาบางลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เรียกว่า “กระดูกพรุน” ในผู้ที่เนื้อกระดูกบางมากๆอาจทำให้ปวดเมื่อยทั่วๆโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น คือ เนื้อกระดูกที่บางเกินไปอาจทำให้กระดูกแตกหักได้ง่าย หากจุดที่แตกหักนั้นเป็นจุดสำคัญ เช่น กระดูกสันหลังหรือสะโพก (ซึ่งพบได้บ่อยมาก) ย่อมส่งผลกระทบทั้งต่อตัวผู้ป่วยและญาติๆผู้ดูแลอย่างมากมายมหาศาล เราคงไม่อยากให้คนใกล้ตัวหรือผู้ที่รู้จักประสบกับภาวะนี้ใช่มั้ยครับ ดังนั้นเราลองมาสำรวจความเสี่ยงกันหน่อยดีกว่า อายุ แม้จะเป็นเพียงตัวเลข แต่ในทางการแพทย์นั้นถือว่าเป็นตัวเลขที่สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ว่ากันว่าตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปกระดูกจะบางลงปีละ 1%-3%ทุกๆปีเลย เพศ ผู้หญิงจะมีความเสี่ยงกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่อหมดประจำเดือนแล้วเนื้อกระดูกจะบางลงอย่างรวดเร็ว พบว่าประมาณ 20%-30% ของผู้หญิงที่อายุเกิน 60 ปีจะมีภาวะกระดูกพรุน ยิ่งถ้าใครหมดประจำเดือนเร็ว(ก่อน 45ปี) จะยิ่งมีความเสี่ยงของกระดูกพรุนสูงขึ้น ประวัติเคยกระดูกหัก อาจบ่งชี้ถึงว่ากระดูกของคุณบางกว่าปกติและอาจถึงขั้นกระดูกพรุนได้ ประวัติครอบครัว ถ้าพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายเคยกระดูกหัก นั่นอาจหมายถึงพันธุกรรมของครอบครัวเรามีเนื้อกระดูกที่บาง และเราก็อาจมีกระดูกที่บางกว่าปกติด้วย เชื้อชาติ โรคนี้มักพบในชาวเอเชีย!!!!!นั่นหมายความว่าคนไทยทุกคนมีความเสี่ยงข้อนี้ติดตัวมาแต่กำเนิดนะ!!!!แต่ไม่ต้องตกใจไป มันเป็นเรื่องของความเสี่ยง ไม่ได้หมายความว่าต้องป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนทุกคน …

องค์ประกอบของกระดูก

ทุกคนคงรู้จัก “กระดูก” กันดีอยู่แล้วในฐานะองค์ประกอบที่สำคัญของร่างกาย แต่ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจของกระดูกอีกมากมายที่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ แม้แต่ผมเองก็มารู้ตอนเป็นหมอกระดูกนี่แหละ 555เอาเป็นว่าจะค่อยๆย่อยเกร็ดความรู้มานำเสนอนะครับ   เริ่มด้วยองค์ประกอบของกระดูกเลย หลายคนรู้อยู่แล้วว่ากระดูกประกอบด้วย “แคลเซี่ยม” เลยเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า “อยากให้กระดูกแข็งแรงก็ต้องทานแคลเซี่ยมเยอะๆ”ซึ่งนั่นก็เป็นข็อมูลที่ถูกต้องแค่บางส่วน!!! เรื่องจริงมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ!!!เห็นมั้ยครับว่าการรู้จักองค์ประกอบของกระดูกมันสะท้อนไปถึงวิธีการดูแลรักษากระดูกด้วย ดังนั้นเรามาทำความรู้จักองค์ประกอบของกระดูกให้มากขึ้นกันอีกนิดนะครับ กระดูกเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต แต่มีความพิเศษคือเซลล์กระดูกสามารถสร้างสารบางอย่างมาห่อหุ้มตัวมันและก่อเกิดเป็นโครงสร้างแข็งๆดังที่เราพบเห็น เราเรียกสารเหล่านี้ว่า “Extracellular Matrix”(ไม่รู้จะแปลเป็นไทยยังไง เรียกทับศัพท์เลยละกันเนอะ) ดังนั้นในกระดูกจึงประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นเซลล์และส่วนที่เป็น Extracellular Matrix อยู่รวมๆกัน     ส่วนที่เป็น Extracellular Matrix จะแบ่งเป็นสาร Organic ประมาณ 30% (สาร Organic คือ สารที่เซลล์สังเคราะห์ได้ เช่น คอลลาเจน เอนไซม์ต่างๆ …